ขอต้อนรับสู่ไอซ์แลนด์แอร์ (ICELANDAIR)
 
     ไอซ์แลนด์แอร์ ICELANDAIR เป็นสายการบินและบริษัทท่องเที่ยวที่ให้บริการแก่ลูกค้าในเส้นทางภายในทวีปยุโรปและอเมิรกาเหนือ ไอซ์แลนด์แอร์ เป็นสายการบินที่ก่อตั้งมานานที่สุดในโลกสายหนึ่ง โดยมีประวัติย้อนไปถึงปี พ.ศ. 2480 เมื่อสายการบินในประเทส Flugefelag Akureyrar ได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมือง Akureyri ทางชายฝั่งตอนเหนือของไอซ์แลนด์ ต่อมาในปี 2486 ก็ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังเมืองหลวงเรคยาวิค Reykjavik และเปลี่ยนชื่อเป็น Flugfelag Islands ต่อมาในปี พ.ศ. 2487 สามนักบินหนุ่มชาวไอซ์แลนด์ได้ก่อตั้งสายการบิน Loftleidir ซึ่งต่อมารู้จักกันในนาม Icelandic Airlines ในระยะแรกทั้งสองสายการบินเน้นให้บริการภายในประเทศ ต่อมาปี 2488 Flugfelad Islands เริ่มเปิดบริการเที่ยวบินระหว่างประเทศเป็นครั้งแรกไปยังสกอตแลนด์และเดนมาร์ก ส่วนสายการบิน Loftleidir เริ่มทำการบินระหว่างประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2490 และริเริ่มให้บริการบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนดติกเหนือในราคาต่ำเมื่อปี พ.ศ. 2496 จนในปี 2516 ทั้งสองสายการบินไดตกลงรวมกิจการกันภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ว่า Flugleidir และใช้ชื่อสายการบินว่า Icelandair เป็นชื่อทางการค้าทั่วโลก ส่วนชื่อ Flugleidir ก็ยังคงใช้อยู่ในตลาดการบินภายในประเทศเท่านั้น
     ไอซ์แลนด์แอร์ เป็นบริษัทเอชน 100% ที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ และมีผู้ถือหุ้นชาวไอซ์แลนด์กว่า 5,000 คน มีพนักงานกว่า 2,000 คน เข้าเป็นสมาชิก IATA เมื่อปี 2493 เป็นสมาชิก AEA ในปี 2500 และเป็นสมาชิกของมูลนิธิความปลอดภัยทางการบินสากลในปี 2509
     นอกจากเป็นสายการบินระหว่างประเทศแล้ว ไอซ์แลนด์แอร์ยังเป็นกลุ่มบริษัทบริการท่องเที่ยว และสายการบินที่วางมาตราฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไอซ์แลนด์อีกด้วย
 
กองบิน
      ไอซ์แลนด์แอร์ มีเครื่องบินโบอิ้งเจ็ต 13 ลำ ซึ่งประกอบด้วย B757-200 ใหม่เอี่ยม 10 ลำ, B757-300 1 ลำ, B757-200F และ B737-300F สำหรับขนส่งเฉพาะสินค้า 1 ลำ ได้แบ่งทำการบินเป็นเที่ยวบินรับส่งผู้โดยสารและสินค้าตลอดจนเที่ยวบินเหมาลำ ทุกเที่ยวบินจัดให้มีที่นั่งชั้นทัศนาจร และชั้นธุรกิจ
     เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของไอซ์แลนด์ เป็นจุดที่บินข้ามไปยังทวีปอเมริกาเหนือได้ใกล้ที่สุด ไอซ์แลนด์แอร์จึงได้ทการบินในตลาดหลัก 3 แห่ง คือ ตลาดภายในประเทศ, ตลาดนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่เดินทางมายังไอซ์แลนด์, และตลาดใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือระหว่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา
     ไอซ์แลนด์แอร์ ได้ร่วมข้อตกลงกับสายการบินพันธมิตรหลายสาย ที่ให้บริการจากกรุงเทพฯ ไปยังเรคยาวิค โดยผู้โดยสารสามารถต่อเครื่องได้ที่จากหลายเมืองในยุโรป อาทิ อัมสเตอร์ดัม, โคเปนเฮเกน, แฟรงเฟิร์ต, ลอนดอน, ปารีส, สตอคโฮล์ม เป็นต้น
 
การบริการ
     ชั้นธุรกิจ ผู้โดยสารจะได้รับอนุญาตให้นำสัมภาระขึ้นเครื่องได้มากเป็นพิเศษในทุกเส้นทางบิน สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากสนามบินเคฟลาวิค เพียงท่านโทรแจ้งให้สายการบินทราบก่อนออกเดินทาง 24 ชั่วโมง เราจะจัดเตรียมบอร์ดดิ้งพาส และใบติดกระเป๋าไว้รอท่านที่บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอินชั้นธุรกิจของสนามบินเคฟลาวิค และเพื่อความสะดวกของผู้โดยสารชั้นธุรกิจ เราได้แยกเคาน์เตอร์เช็คอินไว้สำหรับท่านในทุกเสนิทาง ท่านสามารถใช้ห้องรับรองชั้นธุรกิจที่สนามบินเคฟลาวิค และสนามบินอื่นๆ ที่บริการโดยสายการบินพันธมิตรของเรา อาทิเช่น บริติช แอร์เวย์ส, ลุฟท์ฮันซ่า, เคแอลเอ็ม, เอสเอเอส, และเดลต้า ทั้งในยุโรปและอเมริกา
      ในฐานะสมาชิกของ Chaine des Rotisseurs อาหารบนชั้นธุรกิจของเราจึงเหนือกว่าอาหารธรรมดาทั่วไป เช่น เนื้อวัวจากธรรมชาติแท้, เนื้อแกะไอซ์แลนด์, เป็ดไก่, อาหารทะเลสด และปลาสดๆ จากกระแสน้ำเย็นแอตแลนติกเหรือ หรือสายน้ำบริสุทธิ์ในไอซ์แลนด์ ซึ่งพ่อครัวของเราขอนำเสนอเมนูพิเศษให้ท่านได้เลือกสามรายการ ล้วนเป็นอาหารเบาๆ ที่ดีต่อสุขภาพกายและใจของท่าน อาหารค่ำของเรายังมีไวน์ชั้นดีที่เลือกสรรมาแล้ว แชมเปญที่รับรางวัลชั้นเลิศ และมอลต์วิสกี้มากมายไว้คอยบริการท่านอีกด้วย
      ความบันเทิงบนเครื่องโบอิ้ง 757 มิได้มีเพียงภาพยนตร์ใหม่ๆ เท่านั้น หากยังรายการตลก, สารคดี, ชีวประวัติคนดัง, และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ในเที่ยวบินข้ามแอตแลนติคยังมีเครื่องเล่น DVD ส่วนตัวด้วย
      หากท่านต้องการอาหารพิเศษ อาทิ อาหารเนื้อวัว, มังสวิรัติ, อาหารไขมันต่ำ, อาหารเด็ก เรามีให้ท่านเลือกได้ในเส้นทางบินข้ามแอตแลนติก เพียงท่านแจ้งความประสงค์ของท่านก่อนการเดินทาง 24 ชั่วโมง และในทุกเที่ยวบินให้บริการเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มากมาย
 
สำหรับในประเทศไทย ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับไอซ์แลนด์แอร์ และการบริการต่าง รวมทั้งสำรองที่นั่งและออกบัตรโดยสาร ได้ที่

สายการบินไอซ์แลนด์แอร
สำนักงานขายประจำประเทศไทย C/O
บริษัท แม็กเกลแลน คอร์ปอเรชั่น จำกัด
อาคารทู แปซิฟิค เพลส, ชั้น 20,
ห้อง 2002 เลขที่ 142 ถนนสุขุมวิท
แขวงคลองเตย เขตคลองเตย
กรุงเทพ 10110
โทร 02-653-2050
แฟกซ์ 02-653-2056
อีเมล์ icelandair@magellan.co.th หรือ nawinee@magellan.co.th
 
เรื่องน่ารู้สำหรับนักเดินทางสู่สาธารณรัฐไอซ์แลนด์
     สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ (Republic of Iceland)” เป็นเกาะอยู่ใต้เส้นอาร์กติก เซอร์เคิล (Arctic Circle) ทางตอนเหนือของคาบสมุทรแอตแลนติก ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะกรีนแลนด์ ทางทิศตะวันตกของนอร์เวย์ และทางทิศเหนือของสก๊อตแลนด์
     ประวัติศาสตร์ของไอซ์แลนด์เริ่มขึ้นเมื่อ “Ingolfur Arnarson” ได้นำชาวนอร์ส (Norse) กลุ่มแรกเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์เมื่อปี ค.ศ. 874 กลุ่มชาวนอร์สเหล่านี้หนีมาจากการปกครองของกษัตริย์ทรราชย์ Harald Haarfagri แห่งนอร์เวย์ ซึ่งขับไล่พวกเขาออกจากแผ่นดินของบรรพบุรุษในนอร์เวย์ตอนใต้ เมื่อมาถึงไอซ์แลนด์ Ingolfur Arnarson ได้โยนเสาเสี่ยงทายลงทะเลเพื่อบูชาเทพยดา (ธอร์) และให้เสานั้นลอยไปสู่ฝั่งยังจุดที่เทพยดาประสงค์ให้ตั้งหลักแหล่ง ซึ่งก็คือ ที่ที่เขาตั้งชื่อว่า “เรคยาวิค Rekjavik” (อ่าวแห่งควัน) เนื่องจากควันไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำร้อนนั่นเอง
      พวกไวกิ้งเป็นกลุ่มคนที่ตั้งตนขึ้นมาในสแกนดิเนเวียในช่วงคริสตศตวรรษที่ 8 – 11 ตำนานไวกิ้ง ก็คือ ตำนานนอร์สที่มี เทพยดาต่างๆ เป็นผู้ปกครอง เช่น เทพทรงพลังโอดิน เทพธิดาฟรียาที่งดงาม เทพสายฟ้าธอร์ และโลคิ ซึ่งอาศัยอยู่ในแอสาร์ด ดินแดนเทพที่มนุษย์มองไม่เห็น จนเมื่อไม่กี่สิบปีนี้ ได้มีการสันนิษฐานว่า ตำนานไวกิ้งเป็นเพียงตำนานเท่านั้น อย่างไรก็ดี มีหลักฐานแสดงว่าบางส่วนของตำนานก็มีรากฐานมาจากความจริงอยู่บ้าง เรื่อราวของนักผจญภัยของอีริคแดง (Eirik the Red) เล่าถึงนักรบผู้กล้าที่ล่องเรือมาจากสแกนดิเนเวียไปทางตะวันตกจนค้นพบดินแดนใหม่ที่เรียกว่า “กรีนแลนด์” และได้ตั้งอาณาจักรไวกิ้งขึ้นที่นี่ในปี ค.ศ. 985 แม้อาณาจักรนี้จะไม่รุ่งเรืองนัก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ของ Leifur Eiriksson โอรสของอีริคผู้ล่องเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปตั้งอาณาจักร วินแลนด์ ที่ชายฝั่งตะวันออกของอเมริกาเหนือ ก่อนโคลัมบัสจะเหยียบย่างเข้าสู่โลกใหม่ถึง 500 ปี ปัจจุบันจะพบผู้ที่อาศัยในอาณาจักรนี้ได้ในชายฝั่งตะวันออกของนิวฟาวน์ดแลนด์
      กลุ่มผู้บุกเบิกของไอซ์แลนด์ได้นำเอาภาษาไวกิ้งโบราณ “ละตินแห่งเมืองเหนือ” มาใช้ด้วย ภาษานี้ใช้พูดกันในสแกนดิเนเวียและอื่นๆ ที่ไกลออกไป ภาษาไอซ์แลนด์เดิมนี้ยังคงใช้กันอยู่เนื่องจากการเป็นดินแดนที่แยกตัวโดเดี่ยวอยู่หลายร้อยปี ผู้คนอ่านออกเขียนได้แพร่หลายมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง และความรักในตำนานเก่าๆ ที่ชาวไอซ์แลนด์ยังคงอ่านฉบับโบราณออกได้แม้ในปัจจุบัน ชาวไอซ์แลนด์ได้ก่อตั้งสหพันธรัฐขึ้นในปี ค.ศ. 930 รัฐสภา Atthing เป็นรัฐสภาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงมีอยู่ สหพันธ์รัฐสิ้นสุดลงในปี 1262 เมื่อเสียเอกราชให้แก่นอร์เวย์ กระแสชาตินิยมในช่วงศตวรรษที่ 19 ทำให้เกิดมีรัฐธรรมนูญขึ้นในปี 1874 และในปี 1904 ก็ได้สิทธิปกครองตนเองและต่อมาในปี 1918 ก็เป็นอิสระแต่ยังคงอยู่ภายใต้พระราชวงศ์เดนมาร์ก ขั้นตอนสุดท้ายสู่เอกราชเต็มตัวคือ การมีผู้นำของตนเอง ซึ่งก็ได้แก่การเป็นสาธารณรัฐใหม่ในปี 1944
      ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีประชากรเบาบางที่สุดในยุโรปคือ เพียง 7 คนต่อตารางไมล์ โดยเฉลี่ย พื้นที่ 4 ใน 5 ของประเทศไม่มีคนอยู่อาศัย ส่วนมากจะกระจุกตัวอยู่ตามชายฝั่งเป็นแนวแคบๆ ในหุบเขา และที่ราบต่ำทางตอนใต้และตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้น ธงชาติที่ใช้ในปัจจุบันมีตั้งแต่ปี 1918 เป็นการแสดงถึงกระบวนการสู่เอกราชและลักษณะเชื้อชาติต่างๆ ของนอร์ดิก บนพื้นสีน้ำเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของทะเลและท้องฟ้าหน้าร้อน
      คนที่อาศัยอยู่ในไอซ์แลนด์ได้จะต้องมีความพิเศษและยอมรับความแตกต่างสุดขั้วของน้ำแข็งและไฟ บ่อน้ำร้อนกับธารน้ำแข็ง และอากาศที่ปรวนแปรได้ในเวลาชั่วพริบตา ชาวไอซ์แลนด์เป็นชาตินิยมมากและภูมิใจกับท้องถิ่นของตนที่สุด แต่กระนั้นก็ชอบไปเที่ยวต่างแดนในวันหยุดบ่อยๆ พวกเขาใช้ชีวิตแบบสมัยใหม่และชื่นชอบอิเลคโทรนิคแต่ก็ยังภูมิใจกับเชื้อสายไวกิ้งของตน การสู้รบเพื่อความอยู่รอดนานนับศตวรรษทำให้ชาวไอซ์แลนด์ชอบทำงานเบาๆ แต่ก็ยังมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวที่สุดชาติหนึ่งในโลก อาจเป็นเพราะอากาศดีและปลอดมลภาวะ อีกทั้งมีอาหารส่วนมากเป็นอาหารทะเลที่อุดมไปด้วยโปรตีนแต่โอเลสเตอรอลต่ำ
      ไอซ์แลนด์เต็มไปด้วยบ่อน้ำร้อนและกิจกรรมร้อนๆ มากกว่าประเทศใดๆ อาทิเช่น ห้องอบไอน้ำ บ่อโคลนเดือด และก๊าซ บ่อน้ำร้อนมาอยู่ทั่วไปแต่จะหายากในแถบดินบะซอลท์ทางตะวันออก มีเขตไอร้อนใต้ดินกว่า 250 แห่ง ซึ่งมีบ่อน้ำร้อนอยู่รวม 800 แห่ง บางแห่งเป็นน้ำพุร้อนหรือกีเซอร์ น้ำพุร้อนที่มีชื่อที่สุดคือ Geysir ใน Haukadalur ทางใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า กีเซอร์ Geyser ที่ใช้กันทั่วโลก น้ำพุร้อนที่นี่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่า 180 ฟุต แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรนักทั้งนี้เพราะความมักง่ายของมนุษย์
      สถานทีท่องเที่ยวทางธรรมชาติและกิจกรรมต่างๆ มากมายเกิดขึ้นได้ที่ไอซ์แลนด์ อาทิเช่น การทัศนาประติมากรรมธรรมชาติรอยแยกของแผ่นดินที่วนอุทยาน Thingvellir และสภากลางแจ้งแห่งแรกของโลก, ชมมหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งแมกมาและลาวา ที่สำแดงผลออกมาเป็น Geysir พุ่งกระจายไปในอากาศ, ชมน้ำตกที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก Gullfoss, แช่ตัวสบายๆ ในบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ Blue Lagoon และแหล่งอื่นๆ, ล่องเรือประมุงดูปลาวาฬ, เที่ยวทะเลสาบ Myvatn, แวะดูอาคารรูปทรงแปลกตา The Pearl หรือ Perlan ถังกักเก็บน้ำร้อนใต้ดินเพื่อนำเก็บไว้ใช้ในแต่ละฤดูกาลด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงที่ชาวไอซ์แลนด์ภูมิใจนัก และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ใจจะไขว่คว้าที่ท่านจะเก็บตักตวงได้จากธรรมชาติของไอซ์แลนด์
      ภูมิประเทศเฉพาะตัวของไอซ์แลนด์อีกประการคือ ธารน้ำแข็งที่ปกคลุมพื้นที่กว่า 4,500 ตารางไมล์ (11,800 ตารางกิโลเมตร) หรือ 11.5% ของพื้นที่ทั้งหมด ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดคือ Vatna ทางตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ถึง 3,240 ตารางไมล์ (8,400 ตารางกิโลเมตร) หนาถึง 3,000 ฟุต (1 กิโลเมตร) ส่วนน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Snaefellsjokull ที่ทอดตระหง่านทางตะวันตก ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นประกายน้ำแข็งสะท้อนแดดไปได้ไกลถึงเรคยาวิคแม้ห่างกว่า 100 กม. ที่นี่เป็นที่เลืองลือมานานถึงความลึกลับจน จูลส์ เวิร์น เลือกให้เป็นฉากนิยายอมตะของเขา “Journey to the Center of the Earth”
     ไอซ์แลนด์ ถือได้ว่ามีอากาศดีและบริสุทธิ์ที่สุดในโลก การสูดลมหายใจลึกๆ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและความคิดโลดแล่นได้มาก น้ำประปาสามารถใช้ดื่มได้และให้ความสดชื่นและบริสุทธิ์ที่สุดในโลก (Purest in the World) เพราะมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่กลั่นกรองด้วยชั้นลาวาใต้ดิน อุณหภูมิที่นี่อบอุ่นกว่าที่คิดแม้จะตั้งอยู่ที่เส้นละติจูดที่ 64 เหนือ ทั้งนี้เพราะกระแสน้ำอุ่นที่หล่อเลี้ยงแถบนี้ให้อบอุ่นอยู่เสมอ หน้าร้อนอากาศก็จะเย็น (ประมาณ 10 องศาเซลเซียส) และหน้าหนาวจะไม่รุนแรงมาก แต่ค่อนข้างแปรปรวน ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงควรเตรียมพบกับอากาศที่ไม่คาดคิดด้วย ช่วงหน้าร้อนเวลากลางคืนยังสว่าง ที่เรคยาวิคในวันที่ 21 มิถุนายน พระอาทิตย์ขึ้นเวลา 02.54 น. และตกในเวลา 24.04 น. ในทางกลับกัน เดือนธันวาคมฟ้าสลัว กระแสไฟฟ้าที่ใช้ 220 โวลต์ 50 HZ AC

     ที่พักและอาหารดีๆ มีบริการมากมาย ตั้งแต่อาหารจานด่วนและเกสต์เฮ้าส์ ไปจนถึงร้านอาหารชั้นหนึ่งและโรงแรมหรู สำหรับคนไทยที่ชอบรับประทานปลาเพื่อให้ร่างกายได้สารโอเมก้า 3 คงจะเจริญอาหารกับเมนูปลาสารพัดชนิด โดยเฉพาะปลาแช่เกลือของไอซ์แลนด์ ได้ชื่อว่ามีสูตรเฉพาะตัวตามวิธีของคนโบราณ หรือรับประทานเนื้อแกะไอซ์แลนด์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าอร่อยที่สุดในโลก เพราะกินหญ้าที่ดีที่สุดในโลก เพราะหญ้าใช้น้ำแร่รดนั่นเอง ท่านจะได้พักผ่อนอย่างเป็นสุขท่ามกลางความสดใหม่ของธรรมซาติมอบให้ สุดแต่ใครจะไขว่คว้าเอาไว้ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสิ่งดีๆ อันประมาณค่ามิได้บนเกาะไอซ์แลนด์มีให้อย่างเหลือเฟือ ค่าใช้จ่ายรวมภาษีบริการและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว มีผับและคาเฟ่หลายแห่ง การออกไปเที่ยวนอกเมืองก็เป็นกิจกรรมที่สนุกอีกอย่างหนึ่ง โปรดจำไว้ว่า บาร์จะแน่นไปด้วยผู้คนในคืนสุดสัปดาห์ แหล่งท่องเที่ยวราตรีในเมืองหลวงจะคึกคักช่วงก่อนเที่ยงคืน ราตรีของเรคยาวิคเริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้งตั้งแต่ปี 1989 เมื่อเบียร์กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย บทสนทนาในผับยังคงดำเนินไปในบรรยากาศเก่าๆ ที่คุ้นเคย
      ส่วนเมืองเรคยาวิคนั้นยังได้รับฉายาว่า “เมืองสปา” อีกด้วยทั้งนี้เพราะแม้บริเวณใจกลางเมืองมีบ่อน้ำร้อนอยู่ถึง 7 แห่ง Blue Lagoon อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ชาวไอซ์แลนด์จำนวนมากหันมาหาสมุนไพรแทนยาสมัยใหม่ในการรักษาโรคต่างๆ อาทิเช่น ผมร่วง ไมเกรน ปวดประจำเดือน และแม้แต่การขาดสารบำรุง ไอซ์แลน์ดอุดมไปด้วยสมุนไพรหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีสรรพคุณต่างกันไป ปรุงแต่งส่วนผสมให้มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะ และนำมาผสมเป็นตัวยาใหม่ๆ ได้ไม่รู้จบ
     ช้อปปิ้งในไอซ์แลนด์ได้รับการยกระดับใหม่เมื่อศูนย์การค้า Smaralind เปิดขึ้นใน Kopavogur ชานเมืองเรคยาวิค ที่นี่เป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีพื้นที่กว่า 63,000 ตารางเมตร เป็นแหล่งรวมสินค้าคุณภาพดีในระดับสากล เช่น Debenhams, Zara, Top Shop, Beneton, และ Miss Selfridge
 
ไอซ์แลนด์จากบันทึกคนเดินทาง
     “สาธารณรัฐไอซ์แลนด์” มีภูมิประเทศและธรรมชาติงดงามได้อย่างน่าอัศจรรย์ ขนาดที่คนเดินทางที่เดินทางไปมาแล้วทั่วโลกยังต้องทึ่งและยอมรับว่า “ไม่มีที่ใดเสมอเหมือน…และถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเองต้องเสียดายแย่ ที่เกือบพลาดโอกาสพบสิ่งที่สวยงามที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง” อย่างไรก็ตามสำหรับคนไทยไอซืแลนด์ยังดูเหมือนห่างไกลกันมาก เพราะเราคุ้นเคยกับยุโรปหรืออเมริกา ซึ่งประเทศเหล่านี้มักมีอะไรที่คล้ายๆ กัน แต่ไอซ์แลนด์มีธรรมชาติที่เหนือชั้นกว่ามากนัก แต่ผู้คนมักมองข้ามสิ่งๆ ดีๆ ที่ธรรมชาติได้สร้างไว้ไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง
     สาธารณรัฐไอซ์แลนด์มีสภาพเป็นเกาะ อยู่ขึ้นไปทางเหนือของประเทศเดนมาร์กใกล้กับเกาะกรีนแลนด์ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของทวีปยุโรปรองจากเกาะอังกฤษ พื้นที่ทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 103?000 ตารางกิโเมตร ( 39?750 ตารางไมล์ ) แต่ประชากรทั้งประเทศมีเพียง 28?000 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงชื่อ เรย์จาวิค ( Reykjavik ) ชาวพื้นเมือง ใช้ภาษาไอซ์แลนด์ดิก ( Icelandic ) เป็นภาษาประจำชาติกับภาษาไวกิ้งโบราณ ส่วนภาษาอังกฤษนั้นชาวไอซ์แลนด์ส่วนใหญ่สามารถใช้สื่อสารได้ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นเกาะอันเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเลทำให้เกิดเกาะใหญ่ขึ้น 1 เกาะ และรายล้อมด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย บางครั้งเกาะไอซ์แลนด์ก็ถูกขนานนามว่า " ดินแดนแห่งน้ำแข็งของไฟ " และเนื่องจากตั้งอยู่บนเส้นอาร์กติกอันหนาวเย็น วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวไอซ์แลนด์ข้อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชาวไวกิ้งโบราณเป็นชนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากบนเกาะไอซ์แลนด์ระหว่างศตวรรษที่ 8 ชุมชนเล็กๆนี้ได้ค่อยๆ ขยายกลายเป็นรากเหง้าสำคัญของการปกครองของโลกปัจจุบัน เพราะมีการริเริ่มใช้สภาที่เรียกว่าสภา Atthing เมื่อปี 930 ซึ่งนับเป็นที่ประชุมสภาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ในปี 1262 เกาะไอแลนด์ได้ถูกปกครองโดยนอร์เวย์ และมาเป็นของเดนมาร์กในปี 1380 แม้ในปี 1918 จะสามารถปกครองตนเองได้แล้ว แต่ก็ยังต้องอยู่ภายใต้อำนาจของกษัตริย์เดนมาร์ก จนกระทั่ง 7 มิถุนายน ปี 1944 จึงได้เป็นอิสระโดยสมบูรณ์ ปกครองประเทศโดยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามาจนถึงทุกวันนี้ ที่ว่าเหนือชั้นกว่าบรรดาธรรมซาติอีกหลายๆ แห่ง เพราะว่าเปลือกโลกของเกาะไอซ์แลนด์ถือเป็นเปลือกโลกรุ่นใหม่ล่าสุด วิวัฒนาการของโลกทำให้ธรรมซาติของไอซ์แลนด์มีการมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นที่มาของภาพทิวทัศน์แปลกตาแต่ทว่างดงามเหลือเชื่อ และเนื่องจากยังอยู่ในแนวภูเขาไฟใต้ทะเลแอตแลนติกเหนือ ทำให้ยังมีการเกิดระเบิดของภูเขาไฟโดยเฉลี่ย 5 ปีต่อครั้ง เถ้าถ่านของลาวาปกคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 5 ของประเทศ โดยเห็นได้ว่าตามแนวชายฝั่งมีหาดทรายดำกว้างสุดลูกหูลูกตา บนภูเขาสูง ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่มากอายุเป็นล้านๆ ปี่ ค่อยๆ ไหลลงสู่พื้นราบ สามารถขึ้นไปนั่งรถเลื่อนให้สุนัขลาก เป็นประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น
      ความงดงามของฟยอร์ค ( fjord ) ที่เกิดจากแนวภูเขาไฟกว่า 220 ลูกไล่กันไปเป็นลูกระนาดได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากมาย หน้าผาสูงที่สลับซับซ้อนราวกับภาพสามมิติปรากฎตัวอยู่ในความสลัวที่เกิดจากหมอกและฟองคลื่น ชวนให้พิศวงไปพร้อมๆ กับเรื่องเล่าของชาวทะเลมากมาย โดยเฉพาะโศกนาฎกรรมของปลาวาฬเพชฌฆาต ซื่อก้องโลกตัว Keiko ( ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า " โชคดี " แต่ในชีวิตจริงมิได้เป็นเช่นนั้น ) นักแสดงตัวเอกในหนังดังเรื่อง Free Willy นั่นเอง อ่าว Klettsvik เป็นบ้านเกิดของ Keiko อยู่ทางตอนใต้ของเกาะไอซ์แลนด์ Keiko ถูกจับได้จากอ่าวนี้ ตั้งแต่อายุได้แค่ 2 ขวบ แล้วถูกขายต่อให้กับสวนสัตว์น้ำที่ออนตาริโอในประเทศแคนาดา ก่อนจะส่งให้กับ Reino Adventure ซึ่งเป็นสวนสนุกของเม็กซิโก ซิตี้ สถานที่แห่งนี้ได้ฝึก Keiko ให้เล่นละครสัตว์และให้ออกแสดงโชว์ถึงวันละ 5 รอบมาร่วม 10 ปี จนกระทั่งในปี 1996 ได้เริ่มมีโครงการปล่อยตัว Willy หรือ Keiko โดยมูลนิธิ Free Will - Keiko Foundation ณ บริเวณแนวชายฝั่งของเกาะไอซ์แลนด์บ้านเกิดของมัน ในปี 1999 และเพราะในความโด่งดังนี้เองได้ส่งผลให้ธุรกิจการออกเรือชมปลาวาฬในน่านน้ำ ของเกาะไอซ์แลนด์เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก รับประกันว่าถ้าออกเรือแล้วไม่ได้เห็นปลาวาฬสักตัวจะไม่กลับเข้าฝั่งกันทีเดียว ความอุดมสมบูรณ์ของสินในน้ำ มีปลาทะเลมากถึง 300 ชนิด แต่ละปีสามารถจับปลาเหล่านี้ได้ประมาณ 2 ล้านตัน
     ประชากรนกบนเกาะมีประมาณเกือบ 300 - 400 สายพันธุ์ แต่ไม่มีชนิดใดเป็นที่รู้จักมากเท่ากับนก Puffin ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักหรือไม่ก็เคยเห็นตามภาพยนตร์หรือหนังสือสารคดี เนื่องจากหน้าตาแปลกประหลาด ได้มีการคำนวณกันว่า บนเกาะแห่งนี้มีนก Puffin ประมาณหนึ่งล้านคู่ ความโชคดีบนเกาะไอซ์แลนด์เหมือนพระเจ้าบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างประณีต พลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลก ( Tectonic Plates ) ขับเคลื่อนออกมาเป็นน้ำพุร้อนหรือกีเซอร์ ( Geysir ) ได้ช่วยให้เกาะอันน่าจะเย็นยะเยือกกลับอุ่นสบาย เพราะรัฐบาลของไอซ์แลนด์ได้แปลงความร้อนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าไปใช้ตามบ้านพักอาศัย ที่เหลือก็ส่งขายต่างประเทศ แถวๆ เมืองซวาร์ตเซนกิบนคาบสมุทรเรกยาเนส ( Reykjanes Peninsula ) ทางด้านเหนือของเกาะมีการนำพลังงานความร้อนที่อยู่ลึกลงไปถึง 2 กิโลเมตรและมีอุณหภูมิสูงถึง 240 องศาเซ็นติเกรดมาทำเป็นกระแสไฟฟ้า ส่วนน้ำร้อนที่เหลือใช้แต่มีแร่ธาตุมากมายได้ถูกเก็บกักไว้ใน Blue Lagoon เป็นสถานที่อาบน้ำแร่ขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก น้ำตกบนเกาะไอซ์แลนด์มีเป็นร้อยๆ สายไหลมาจากเทือกเขาสูง ราวกับเส้นริบบิ้นสีขาวหลายๆเส้น มีให้เห็นตลอดทางนับชั่วโมง ส่วนน้ำตกขนาดใหญ่ก็ใหญ่มากจนน่าตกใจ เช่น น้ำตกที่ซื่อ Skogafoss สูงถึง 60 เมตร ความที่เปลือกโลกส่วนนี้ยังมีอายุน้อย ทำให้การยุบตัวของพื้นดินมีให้เห็นอย่างชัดเจนอยู่หลายแห่ง จนเกิดแอ่งกระทะขนาดมหึมาอย่างเช่นที่ Asbyrgi Canyon ที่นี่ชาวไวกิ้งเชื่อว่าเป็นร้อยเกือกม้าของเทพเจ้าโอดีนขณะกำลังจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ธรรมซาติบนเกาะไอซ์แลนด์ยังมีอีกมากมายจนเขียนไม่หมด เช่น พรม อันเกิดจากหญ้ามอสผืนใหญ่ที่สุดในโลก นับเป็นสถานที่ที่หาชมยากมาก
      แต่ในปี 1262 เกาะไอแลนด์ได้ถูกปกครองโดยนอร์เวย์ และมาเป็นของเดนมาร์กในปี 1380 แม้ในปี 1918 จะสามารถปกครองตนเองได้แล้ว แต่ก็ยังต้องอยู่ภายใต้อำนาจของกษัตริย์เดนมาร์ก จนกระทั่ง 7 มิถุนายน ปี 1944 จึงได้เป็นอิสระโดยสมบูรณ์ ปกครองประเทศโดยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภามาจนถึงทุกวันนี้ ที่ว่าเหนือชั้นกว่าบรรดาธรรมซาติอีกหลายๆ แห่ง เพราะว่าเปลือกโลกของเกาะไอซ์แลนด์ถือเป็นเปลือกโลกรุ่นใหม่ล่าสุด วิวัฒนาการของโลกทำให้ธรรมซาติของไอซ์แลนด์มีการมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นที่มาของภาพทิวทัศน์แปลกตาแต่ทว่างดงามเหลือเชื่อ และเนื่องจากยังอยู่ในแนวภูเขาไฟใต้ทะเลแอตแลนติกเหนือ ทำให้ยังมีการเกิดระเบิดของภูเขาไฟโดยเฉลี่ย 5 ปีต่อครั้ง เถ้าถ่านของลาวาปกคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 5 ของประเทศ โดยเห็นได้ว่าตามแนวชายฝั่งมีหาดทรายดำกว้างสุดลูกหูลูกตา บนภูเขาสูง ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่มากอายุเป็นล้านๆ ปี ค่อยๆ ไหลลงสู่พื้นราบ สามารถขึ้นไปนั่งรถเลื่อนให้สุนัขลาก เป็นประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น Thingvellir National Park อยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงเรคยาวิค อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไอซ์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1928 นอกจาก Thingvellir จะมีรอยแตกแยกของแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (The Mid-Atlantic Rift) แล้ว ยังมีภูเขา ทุ่งลาวา หุบผา ถ้ำ ลำธาร น้ำตก และทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคือ เกือบ 84 ก.ม. Thingvellir แปลว่า Parliament Plain อุทยานแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับรัฐสภาของไอซ์แลนด์ด้วย อันเนื่องมากจากเมื่อราว ค.ศ. 10 ชาวไวกิ้งจากนอร์เวย์ได้ออกแล่นเรือมาและได้ค้นพบไอซ์แลนด์โดยบังเอิญ เห็นฟยอร์ดตามชายฝั่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เต็มไแด้วยภูเขาน้ำแข็ง Iceberg จึงได้ให้ชื่อดินแดนแห่งนี้ว่า Island ซึ่งในภาษา Old Norse มีความหมายเช่นเดียวกับ Iceland ในภาษาอังกฤษ และในที่สุดนาย Ingolfur Arnarson ชาวนอร์เวย์ได้เข้ามาตั้งรกรากเป็นกลุ่มแรกที่ไอซ์แลนด์เมื่อปี ค.ศ. 874 และเป็นผู้ตั้งชื่อกรุงเรคยาวิค หรือ Smoky Bay เนื่องจากเห็นควันร้อนๆ เล็กลอดออกมาตามช่องโหว่ของพื้นดิน
      จนในปี ค.ศ. 930 ได้มีการจัดตั้งรัฐสภาซึ่งเป็นรัฐสภาแห่งแรกของโลกขึ้นที่นี่ ซึ่งใกล้กับฟาร์มของนาย Ingolfur ถือเป็นรัฐสภาในที่โล่งแจ้ง และได้แต่งตั้งนาย Thorsteinn Ingolfsson บุตรชายของนาย Ingulfur ดำรงตำแหนงประธานรัฐสภา การประชุมสามัญประจำปีถูกกำหนดขึ้นในเดือนมิถุนายน เพราะได้รับแสงแดดเกือบตลอด 24 ช.ม. และอากาศกำลังสบาย การมีมติเลือกสถานที่นี้เพื่อการประชุม เพราะสะดวกต่อแก่ตัวท่านประธานรัฐสภา อีกทั้งมีทัศนียภาพสวยงาม ที่สำคัญรอยแยกบริเวณที่มีชื่อเฉพาะว่า “Almannagja” นั้นเหมาะที่จะใช้เป็นเวที ทำให้ผู้พูดผู้ฟังสามารถมองเห็นกันและกันได้ถนัด ซึ่งนาย Thorsteinn Ingolfsson เป็นคนตั้งชื่อสถานที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ว่า Thingvelir หรือ Paliament Plain ในภาษาอังกฤษ น้ำตก Gullfoss หรือ Golden Falls ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในไอซ์แลนด์ และมีกระแสน้ำแรงเป็นอันดับรองจากน้ำตก Dettifoss ซึ่งเป็นน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป
      น้ำพุร้อน Geysir ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ มีความร้อนประมาณ 400 องศาเซลเซียส ซึ่งพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นช่องว่างคล้ายห้องๆ หนึ่งที่ต่ำลงไป มีช่องต่อกับส่วนกลางโลกทำให้น้ำลริเวณนี้เดือดขึ้น พอน้ำร้อนไหลขึ้นมาในห้องว่างดังกล่าวก็จะเกิดไอน้ำและแรงอัด เมื่อแรงอัดไอน้ำมมากเข้าจะดันให้น้ำพุ่งขึ้น ส่วนระยะเวลาในการทิ้งช่วงของแรงพุ่งแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับความสามารถในการจุของห้อง ห้องยิ่งกว้าง ระยะการทิ้งช่วงยิ่งนาน น้ำพุร้อน Geysir ของไอซ์แลนด์มีมากมายและพุ่งได้สูงในอดีต จนคำว่า Geysir เป็นที่มาของ Geysr ในภาษาอังกฤษที่รู้จักกันดีนั่นเอง ในอดีตน้ำพร้อนสามารถพุ่งได้สูงถึง 200 ฟุตทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันไม่เป็นช่นนั้นอีกแล้ว แต่ก็สามารถฟุ่งได้มากสุดที่ประมาณ 60 – 100 ฟุต ทุกๆ 5 นาที
 
 
 
 
 
 

 
2002 Two Pacific Place, 20th Floor, 142 Sukhumvit Road, Klongtoey, Bangkok 10110 , Thailand
Phone: (66) 2653-2050 Fax: (66) 2653-2056
E-mail: icelandair@magellan.co.th :: URL: http://www.magellan.co.th
Design by Sirmate Design
Home | About Us | Products & Services | Planner | Wellness | Educational Services | Privacy | Terms of Use | Contact Us
© Copyright Magellan Corporation Ltd. 2005